เทวดา...พิโรธ


  เหตุการณ์นี้  เกิดขึ้นหลังจากอาจารย์ชา ได้ญาณใหม่ๆ แต่ยังไม่ได้บวชเป็นพระ        มีนายทหารในค่ายแห่งหนึ่ง  แถวอำเภอกะปาง  จังหวัดตรัง    มาตามอาจารย์ให้ไปตรวจดูภรรยา  ที่บ้านพักในค่าย   ให้หน่อยว่า ไม่รู้เป็นอะไร จู่ๆ  ก็เกิดอาการหูหนวกขึ้นมา ๑ ข้าง ไม่ได้ยินเสียงใดๆเลย
                          เมื่ออาจารย์ชา เดินทางไปถึงที่บ้านหลังนั้น  ได้ตรวจเช็คดูด้วยญาณว่าทำไมจู่ ๆ ภรรยานายทหารท่านนั้น  จึงเกิดอาการหูหนวกขึ้น จึงได้พบสาเหตุนั้นเข้าคือเทวดาในต้นมะขามหลังบ้านให้โทษ โดยภรรยานายทหารนั้นได้ไปตอกตะปูตัวหนึ่งไว้ที่ต้นไม้ เพื่อทำราวตากผ้า ต่อมาจึงเลิกใช้ราวนั่น นานวันเข้าตะปูนั่น จมลงจนเข้าเนื้อ หักในจนมองไม่เห็น ว่ามีตะปูตอกอยู่
     ทำให้เทวดาที่มีวิมานอาศัยในต้นไม้ที่เรียกว่ารุกขเทวดา เกิดพิโรธโกรธเอา   จึงดลบันดาลให้เกิดอาการหูหนวกดังกล่าวขึ้น
                            อาจารย์เป็นคนกลางช่วยเจรจาเทวดาในต้นไม้นั่น ว่าอย่าถือโทษโกรธเคืองเขาเลย ให้อโหสิกรรมต่อกัน  เดี๋ยวจะให้เขา  นำดอกไม้ธูปเทียน มาขอขมาลาโทษแต่เทวดาตนนั้น มีทิฐิมานะสูง กับไม่ยอมให้อภัย อาจารย์พูดขออย่างไรๆ ก็ไม่ยอมท่าเดียว
     จนกระทั่งอาจารย์ชาพูดขึ้นว่า “ถ้าอย่างนั้นขอให้อาจารย์หูหนวกแทนก็แล้วกัน แต่ขอให้เขาหายเถอะ”  
     เมื่อพูดจบลง  ปรากฏว่า สักครู่หนึ่ง    ภรรยานายทหารที่มีอาการหูหนวกดังกล่าวนั้น กับหายเป็นปกติดังเดิม เหมือนไม่เคยเกิดอาการอะไรขึ้น
                                       หลังจากภรรยานายทหารท่านนั้นหายดีแล้ว อาจารย์คิดว่า  การต่อรองแลกเปลี่ยนครั้งนี้ประสบผลสำเร็จ    เดี๋ยวอีกไม่นาน  อาจารย์คงจะหูหนวกไป ๑ ข้างเอง ตามนั้น    แต่ไม่เป็นไรอาจารย์ยังมีเหลืออีก ๑ ข้าง เอาไว้ใช้งานได้ เพื่อช่วยเหลือให้เขาหายจากอาการทุกขเวทนานั่น อาจารย์ยินดี  ต่อมาจึงออกเดินทางกลับ  
                           เย็นของ    วันนั้น     อาจารย์ขับรถพาครอบครัวไปธุระที่จังหวัดภูเก็ต มีภรรยาและบุตรชายคนที่สอง นั่งมาด้วยกันภายในรถ   เมื่อขับมาอีกไม่กี่กิโลใกล้จะถึงตัวเมืองภูเก็ตแล้ว    ระหว่างขับเข้าทางโค้ง จู่ๆ รถเป็นอะไรไม่รู้ คล้ายกับโดนถีบเข้าที่ท้ายรถจนเกิดการเสียหลักรถส่ายไปมา จนหมุนแล้วพลิกคว่ำหลายตลบ
                           เมื่อออกมาจากตัวรถสำรวจดูทุกคนปลอดภัยดี หัวบอลลูกชายยังคาบอมยิ้ม  คาปากอยู่เลย    ส่วนรถนั้น   พังยับเยิน      แต่เอ๊     นี่เลือดอะไรมาจากไหน อาจารย์ชาพูดขึ้น  ก้มมองที่พื้นเห็นใบหูข้างซ้าย  ขาดหล่นอยู่    คงถูกเศษกระจกตัดขาด
อาจารย์พลางกล่าวขึ้นว่า   “นี่เล่นงานกันรุนแรงถึงขนาดทำให้หูขาดเลยหรือ  คิดว่าแค่หูหนวกเท่านั้น”
                           จึงเดินทาง   ไปโรงพยาบาลในจังหวัดภูเก็ต หมอบอกว่าต้องใช้หมอผู้เชี่ยวชาญ เฉพาะทาง  ถึงจะทำศัลยกรรมต่อหู ได้สำเร็จ      และมีค่าใช้จ่ายในการทำศัลยกรรม ครั้งนี้ คิดเป็นเงิน หนึ่งแสนสองหมี่นกว่าบาท รวมทั้งค่าใช้จ่ายของหมอในการเดินทางนั่งเครื่องบินจากกรุงเทพฯ มาทำการรักษาด้วย                                
                             อาจารย์บอกหมอว่า   ไม่มีเงินค่ารักษาที่มากขนาดนั้นหรอก   ไม่ต้องทำศัลยกรรม ต่อหู ก็ได้ ให้รักษาและเย็บแผลที่ฉีกขาดนั้นก็พอ    แต่ทันใดนั้น  ด้วยความบังเอิญโชคดีหรือเพราะเทวดาตนนั้นรู้สึกผิดก็มิอาจทราบได้  มีผู้ใจบุญท่านหนึ่ง เป็นชายวัยกลางคนรูปร่างท้วม    อาศัยอยู่ในอเมริกา   มาหาหมอห้องข้างๆ    จากอาการของโรคไข้หวัด เพราะสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง   บังเอิญได้ยินเรื่องที่       อาจารย์คุยปรึกษา  กับหมอเข้า  พอดี จึงเกิดความรู้สึกสงสาร    และอยากจะช่วยเหลือ จึงเข้ามาบอกกับหมอว่า      ขอเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทำศัลยกรรมต่อใบหู ครั้งนี้เองทั้งหมด
                               ต่อมา    ทางโรงพยาบาลได้ติดต่อหมอผู้เชี่ยวชาญ    นั่งเครื่องบินด่วนจากกรุงเทพฯ   มาทำการรักษา โดยทำศัลยกรรมต่อใบหู      จนมีสภาพเหมือนเดิม ทุกอย่าง   หมอบอกกับอาจารย์ว่าให้พ้นสองถึงสามปี ไปก่อน ใบหูถึงจะติดดี ให้รอดูอาการ แต่ถ้าใบหูไม่ติดก็จะทำการแก้ไข โดยการทำศัลยกรรมให้ใหม่ในภายหลัง
                            เวลาผ่านมาเนิ่นนาน      จนถึงปัจจุบันนี้   ก็พ้นระยะเวลาสามปี   ที่หมอได้บอกไว้   ใบหูข้างซ้ายนั้น   ติดสนิทดี       ถ้าไม่สังเกตแทบจะดูไม่ออก     เลยว่าเคยทำศัลยกรรมใบหู  มา        อาจารย์ชากล่าวกับผู้เขียนว่า    “ไม่งั้น ป่านนี้อาจารย์คงมีหูข้างเดียว กลายเป็นอาจารย์หูเดียวไปแล้ว     คงจะไม่มีเหมือนใครแน่     เพราะมีคนเรียกว่า “อาจารย์หูเดียวๆ”
                                เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ เตือนใจว่าควรระวังเรื่องต้นไม้ไว้ อย่าได้ประมาทเอาตะปูไปตอกไว้ เพราะใน    ต้นไม้แต่ละต้นนั้นอาจมีเทวดาสิงสถิตอยู่ จะทำให้เทวดาท่านเดือดร้อน
                                
                    อย่างไรก็ตามจะเห็นว่าเทวดานั้นก็ยังมีความโลภ ความโกรธ ความหลง อยู่เหมือนกับมนุษย์  จึงบันดาลโทสะใส่อาจารย์ชาที่เข้ามาช่วยเหลือ ถึงขั้นทำให้ใบหูท่านขาดไปหนึ่งข้าง  โดยหารู้ไม่ว่า ได้สร้างบาปอย่างใหญ่หลวง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น