ข่าวงานกฐิน

ขอเชิญร่วมเป็นเจ้าภาพ ทอดกฐินสามัคคี ๘๔,๐๐๐ กองกองละ๕๐๐บาท
ณ วัดวังหอมวิปัสสนาราม ต.วังอ่าง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช
มีให้เลือกทำ ๓ อย่าง ๓ แบบ คือ
๑.พระสูตร ๒๑,๐๐๐ กอง
๒.พระวินัย ๒๑,๐๐๐ กอง
๓.พระธรรม ๔๒,๐๐๐ กอง
เลือกทำ กองใดกองหนึ่งกองละ ๕๐๐ บาท หรือจะทำทั้งสามกองก็ได้ เริ่มรับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปถึงวันที่๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๗
งานทอดกฐินเริ่มวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๗
ส่วนวันที่๒พฤศจิกายน๒๕๕๗มีงานพิธีเกี่ยวข้าวทิพย์และชุมนุมเทพ

ติดต่อสอบถาม โทร. ๐๙๘-๐๑๐-๒๘๑๕ , ๐๘๒-๒๘๗-๔๑๙๕ ,๐๙๑-๕๒๙-๕๙๖๕ , ๐๘๗-๖๘๒-๗๐๐๖

กะลาตาเดียว







คนในสมัยโบราณนับถือกะลาตาเดียวเป็นวัตถุที่มีอาถรรพ์ที่มีฤทธิ์อยู่ในตัวของมันเอง
จึงนำกะลามะพร้าวที่มีตาเดียวมาแกะเจาะรู  เพื่อใช้พกติดตัวไว้สำหรับเดินทางและไว้
สำหรับป้องกันภัยร้ายต่างๆที่จะมาถึงตัว  ส่วนกะลาตาเดียวทั้งลูกนั้นชาวบ้านมักจะนำ
ไว้บูชาที่บ้าน  เพื่อไว้อธิษฐานขอสิ่งต่างๆให้กับครอบครัว
ต่อมา  ในสมัยสุโขทัย ได้มีชาวบ้านนำกะลาตาเดียว มาทำเป็นสร้อยคอ สร้อยข้อมือ
สำหรับติดตัว เพราะถือกันว่า เป็นเครื่องรางของขลัง สามารถป้องกันคุณไสย และภูติ
ผีปีศาจได้ และยังทำให้ผู้ที่มีติดตัวไว้มีโชคมีลาภอีกด้วย
แต่ชาวบ้านบางคนมักนิยมนำไปให้พระเกจิอาจารย์ ที่มีวิชาอาคมแก่กล้า ปลุกเสกลง
เลขยันต์ต่างๆ แล้วแต่ผู้ใช้จะชอบ สมัยกรุงศรีอยุธยาก็เช่นเดียวกัน
นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านนำกะลาตาเดียว  ใช้ตักข้าวสาร เวลาหุงข้าว  เชื่อกันว่าจะทำ
ให้มีข้าวสารเพิ่มพูนขึ้นและไม่มีอดอยากตลอดชีวิต
ส่วนข้าราชการที่ทำงานสมัยกรุงศรีอยุธยามักจะนำกะลาตาเดียวมาแขวนคอติดตัวไป
ทำงานด้วย   เพื่อความเจริญรุ่งเรืองทางยศฐาบรรดาศักดิ์  ได้เป็นเจ้าขุนมูลนาย เป็น
ใหญ่เป็นโตกว่าคนอื่น
ส่วนทหารที่ออกศึกก็มักจะนำไปให้พระอาจารย์ที่มีวิชาลงคาถาอาคมกำกับ เพื่อให้ตน
ออกศึกมีชัยชนะและมีชีวิตรอดกลับมาได้
ต่อมากะลาตาเดียว ก็มักจะถูกนำมาแกะเป็นรูปพระราหูไว้ติดสร้อยคอ เนื่องจากหายาก
ขึ้นเรื่อยๆ ดังจะเห็นได้ในบทประพันธ์เรื่อง " พระอภัยมณี " ของสุนทรภู่
ได้มีการแต่งกล่าวถึง เครื่องรางรูปพระราหูเอาไว้เช่นกันว่า
นางระเวงมีเครื่องรางกะลาตาเดียว แกะเป็นรูปพระราหู แขวนติดประจำกายอยู่ และมีคืน
หนึ่ง  นางระเวงได้นอนหลับมี  "อ้ายย่องตอด" ผู้มีวิชาแก่กล้าทางไสยศาสตร์  ชอบจับ
สัตว์ และคน   ดูดเลือดเป็นอาหาร  ได้ลอบเข้าไปทำร้ายนางระเวง  แต่พอเห็นกะลาตา
เดียว ที่แกะเป็นรูปพระราหูแขวนติดประจำกายนางระเวง จึงไม่กล้าทำร้ายรีบหนีออกไป
ในสมัยรัตนโกสินทร์ มีประวัติกะลาตาเดียวทั้งลูก ว่ากะลาตาเดียวทั้งลูก หรือมะพร้าวตา
เดียว  เอาเนื้อมะพร้าวออกหมดแล้ว จะเหลือแต่กะลาทั้งลูก   ที่ไม่มีรอยแตกร้าวจะเป็น
ที่นิยมของพวก พ่อค้า-แม่ค้า ชาวไร่ ชาวสวน ชาวนา และคู่บ่าวสาวที่แต่งงาน
ตลอดจนพวกข้าราชการชั้น เจ้าขุน เจ้าพระยา จะนิยมเก็บไว้ในบ้าน เพราะเชื่อว่ามีไว้ใน
บ้านแล้ว จะช่วยส่งเสริมบารมี  ให้มียศฐาบรรดาศักดิ์ สูงขึ้นเร็วกว่าคนอื่น
และจะช่วยล้างอาถรรพ์ที่เป็นเสนียดจัญไรภายในบ้าน ได้เป็นอย่างดี และทำให้มีกินมีใช้
มีเงินมีทองมากขึ้น ไม่รู้จักหมด ส่วนพ่อค้า แม่ค้า ชาวไร่ชาวสวน ที่นำข้าวของไปขาย
ในเมืองและต่างแดน ก็จะถือกะลาตาเดียวไปด้วย ซึ่งจะทำให้ขายดี ได้กำไรอย่างงาม
ส่วนคู่บ่าวสาวที่แต่งงานกันในสมัยนั้น ก็มักจะนำกะลาตาเดียวทั้งลูกที่เป็นตัวผู้ ตัวเมียคู่
กันเก็บไว้ในบ้านจะทำให้อยู่กันมีความสุข ไม่แยกจากกันชั่วนิรันดร์  จะทำให้ชีวิตครอบ
ครัวอุดมสมบูรณ์พูนสุขไปด้วยทรัพย์สินเงินทอง ส่วนบางครอบครัวที่แต่งงานอยากให้ลูก
หลาน  มีความสุขมากยิ่งขึ้น ไม่ให้แตกแยก  เลิกร้างจากกันก็จะแกะชื่อ-สกุล ฝ่ายชายลง
ในแผ่นไม้รัก แล้วใส่ในกะลาตัวเมีย ส่วนชื่อ-สกุล ฝ่ายหญิงก็จะแกะลงในแผ่นไม้รักอีก
แผ่นแล้วใส่ในกะลาตัวผู้  เก็บไว้คู่กันในบ้าน ก็จะรักกันชั่วนิรันดร์
และยังมีประวัติที่เล่ากันเป็นทอดๆ สมัย ปู่ ย่า ตา ยาย   ที่รู้เรื่องกะลาตาเดียว เล่ากันว่า
ยังมีคู่บ่าวสาวที่แต่งงานกัน ไม่ให้สามีของตนนอกใจไปรักหญิงอื่น ก็จะแกะสลัก ชื่อ-สกุล
ของทั้งคู่สามี-ภริยา   ลงในแผ่นไม้รักแผ่นเดียวกัน แล้วใส่ลงในกะลาตาเดียว ก็จะทำให้
สามีหลงรักตนคนเดียวไม่นอกใจไปรักหญิงอื่น ส่วนสามีก็เช่นกัน ถ้าต้องการให้ภริยาเป็น
แม่บ้านแม่เรือนที่ดี ก็จะแกะสลัก  ชื่อ-สกุล สามี-ภริยา ลงในแผ่นไม้รักแผ่นเดียวกัน แล้ว
ใส่ลงในกะลาตัวผู้ ก็จะทำให้ภริยาไม่นอกใจ ไปมีชู้
อานุภาพของกะลาตาเดียว
กะลาตาเดียว หรือ กะลามะพร้าวตาเดียว ถือกันว่าเป็นวัตถุอาถรรพ์ ที่มีฤทธิ์อยู่ในตัวของ
มันเองอยู่แล้ว แม้ว่าไม่ต้องปลุกเสกก็ยังมีความศักดิ์สิทธิ์   คนในสมัยก่อนได้กล่าวกันว่า
กะลาตาเดียว มีคุณวิเศษหลายอย่าง เช่น
1. ใช้สำหรับตักข้าวสารใส่หม้อทรัพย์สมบัติบริบูรณ์ หากเป็นชาวไร่ ชาวนา และพืชในไร่
งอกงามดี หากเป็นข้าราชการก็จะเจริญทาง ยศฐาบรรดาศักดิ์ ได้เป็นหัวหน้า เป็นนายคน
เป็นใหญ่เป็นโตเร็วกว่าคนอื่นๆ
2. ใช้เป็นเครื่องรางของขลัง ติดประจำกายไว้กับตัว เพราะกะลาตาเดียวเป็นอาถรรพ์ มีดี
อยู่ในตัวแล้ว หากว่ามีการนำไปปลุกเสกลงคาถาอาคมก็จะยิ่งมีอิทธิฤทธิ์มากยิ่งขึ้น
3. ใช้สำหรับเป็นสิ่งป้องกันเสนียดจัญไรป้องกันคุณไสยและภูติผีปีศาจได้ ใช้แก้ผีเข้า ของ
มีคมเข้าตัว ใช้ล้างอาถรรพ์ต่างๆ ที่มีอยู่ในบ้าน เช่น ปลูกบ้านทับของมีอาคมร้าย ซากศพ
บ่อน้ำ บ้านตั้งอยู่กลางสามแพร่ง  และอื่นๆ ที่ส่งผลร้ายให้แก่ผู้อาศัย ให้กลับกลายเป็นดีได้
4. ใช้ป้องกันภัยอันตรายต่างๆได้ เช่นทำให้แคล้วคลาดจากอุบัติเหตุต่างๆที่จะมาถึงตัว
5. ใช้ทำเป็นสร้อยคอ สร้อยข้อมือ ติดตัวเป็นประจำ จะทำให้สุขภาพแข็งแรงดี โรคภัยไข้
เจ็บ จะไม่ค่อย มาเบียดเบียน ที่เจ็บป่วยอยู่ก็จะทำให้สุขภาพดีขึ้น
6. บูชาอยู่เป็นประจำ จะทำให้เกิดโชคลาภสม่ำเสมอ ทรัพย์สินเงินทองจะหลั่งไหลมาเท
มาไม่ขาดสาย
7. พกพาไปค้าขายก็จะค้าขายดี นำติดตัวไปซื้อของก็จะได้ของมามาก ทั้งที่มีเงินนิดเดียว
ถ้าขายของ ก็จะได้เงินเข้ามามาก แต่ของที่ขายไปดูยังไม่ยุบไปเท่าไหร่
8. คนในสมัยโบราณ ใช้ทำเป็นเครื่องมือแพทย์โบราณใช้ในการตัดต้อที่ตาของคน ให้หาย
ขาดได้
9. ใช้เป็นยารักษาโรคอัมพาต โดยนำทั้งลูกมาผ่า แบ่งเป็นสี่ส่วน ให้วางชิ้นหนึ่งหันไปทาง
ทิศตะวันตก    อีกสามชิ้น นำมาต้มน้ำ ต้มเส็จแล้ว  กินน้ำทุกวัน วันละ 3 มื้อ มื้อละ 1
แก้ว ถ้าหมดก็นำมาแบ่งเช่นเดิม  แล้วต้มกินน้ำอีก ไม่นานก็จะหายจากอัมพาต

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น