ประสบการณ์ลี้ลับ ตอนที่12 ช่วยสัมภเวสีไปเกิด(1)

ช่วงบ่าย...ของวันหยุดสุดสัปดาห์       ผู้เขียนพี่ตรี และอาจารย์ชาได้นั่ง
สนทนากันที่ร้านรำมะนา ค๊อฟฟี่ ซึ่งเป็นร้านของพี่สมและเป็นเสมือนจุดนัดพบปะ
กันระหว่างเพื่อนฝูงของพี่ตรี  และเป็นสถานที่รับแขกของอาจารย์ชา สำหรับลูก
ศิษย์ที่ไปมาหาสู่และคนที่เดือดร้อนมาขอให้อาจารย์ช่วย
ในขณะนั้น เป็นช่วงเวลาที่อาจารย์ชากำลังว่างอยู่พอดี    ผู้เขียนซึ่งอยู่ใกล้ชิด
อาจารย์ชามาโดยตลอด จึงนั่งเช็คบุคคลที่ได้ตายไปแล้ว โดยถามอาจารย์ทีละคน
ว่าตายแล้วไปอยู่ที่ไหนกันบ้าง  โดยเริ่มจากญาติสนิท เพื่อนๆและคนรู้จัก โดยบอก
ชื่อและนามสกุลจริงให้อาจารย์ทราบ   ท่านอาจารย์หลับตาสักครู่ก็จะตอบมาตาม
ความเป็นจริง ไปอยู่บนสวรรค์ชั้นนั้นบ้างชั้นนี้บ้าง  ถ้ามองไม่เห็นแสดงว่าบุคคลคน
นั้นไปเกิดในไข่,ในครรถ์ หรือในเกสรดอกไม้
หลังจากที่ท่านอาจารย์ ได้ตรวจเช็คให้คนอื่นๆมามากต่อมากแล้ว  ผู้เขียนจึงอยาก
ตรวจเช็คคนใกล้ตัวให้หมดเพื่อจะไม่ให้บุคคลที่เป็นญาติและเพื่อนพ้องต้องลำบาก
หากเค้าไปอยู่ในที่ๆดี ก็พลอยยินดีกับเค้าด้วย หากเค้าไปอยู่ที่ๆลำบาก ก็เผื่อมีทาง
ช่วยและแก้ไขให้เค้าได้
เพราะท่านอาจารย์บอกว่าทุกสิ่งทุกอย่างย่อมเกิดมาแต่เหตุ ให้ย้อนไปดูที่เหตุของ
ต้นตอนั้นและอาจจะได้พบหนทางแก้ไขเข้าจนได้
จนตรวจเช็คพบเข้ากับบุคคลคนหนึ่ง คนๆ นั้นก็คือน้าสาวแท้ๆ ของผู้เขียนเอง  ซึ่ง
ได้เสียชีวิตไปเมื่อสองปีกว่าๆ ด้วยโรคประจำตัวหลายโรคด้วยกัน
อาจารย์ชาบอกว่าจิตก่อนตายๆด้วยความห่วง ห่วงลูก ห่วงหลาน ห่วงบ้าน ห่วงช่อง
ห่วงนั่น ห่วงนี่   จึงทำให้กลายเป็นสัมภเวสี กรรมดียังไม่ส่งผล กรรมชั่วก็ยังไม่ส่งผล
อยู่ในภพที่เรียกว่ารอ   (รอภพชาตินั่นเอง)   อาจจะรอหนึ่งปีหนึ่งร้อยปีถึงพันปีก็ได้
ผู้เขียนจึงได้ถามอาจารย์ว่า     “พอจะมีวิธีทำบุญ หรืออุทิศกุศลอะไรที่จะสามารถ
ช่วยให้น้าของผม หลุดพ้นไปจากตรงนี้ได้บ้างครับ
อาจารย์ได้ตอบว่า       “ เดี๋ยวจะลองนั่งเช็คดูก่อนว่าจะพอมีวิธีแก้ไขได้อย่างไรบ้าง
ให้รอไปก่อน  อย่าร้อนใจมีคิวรอให้ช่วยเยอะมากตอนนี้”
ต่อมาพี่ตรี    ซึ่งเป็นพี่ชายของผู้เขียนได้ลองสอบถาม    ถึงลูกน้องที่ทำงาน ชื่อว่า
ปีเตอร์      (เป็นชื่อฉายาที่พี่ตรีตั้งขึ้นในที่ทำงาน )    ซึ่งได้ประสบอุบัติเหตุรถคว่ำ
เสียชีวิต ให้อาจารย์ลองตรวจเช็คดูว่าตายแล้วไปอยู่ที่ไหนบ้าง
อาจารย์ได้ถามชื่อนามสกุลจริง และนั่งหลับตาสักครู่นึงตอบว่า
“ยังอยู่ที่เดิม ที่ที่ตาย นั่นแหละ”
เป็นสัมภเวสี   คอยวนเวียนอยู่ที่ตรงนั้นไปไหนไม่ได้   เพราะตายแบบหลงตายและ
ลืมตัว  รู้สึกว่าจะมีเพื่อนที่ตายด้วยอีกสองคนใช่มั้ย   ไหนลองเล่ารายละเอียดการ
ตายให้อาจารย์ฟังหน่อยซิ
พี่ตรีจึงเริ่มเล่าเรื่องราว….เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมาประมาณ 10 ปีแล้ว เจ้าปีเตอร์
ได้ขับรถยนต์กระบะแบบมีแค็ป  พร้อมกับผู้รับเหมาก่อสร้างนั่งมาด้วย2 คน  เดิน
ทางมุ่งหน้าไปจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อไปตรวจงาน ซึ่งพี่ตรีได้นั่งเครื่องบินไปถึง
ก่อนหน้านั้นแล้ว 
ส่วนเจ้าปีเตอร์ ขับรถพาผู้รับเหมาตามไป  จนกระทั่งได้ขาดการติดต่อเพราะฝนตก
หนักมากและหายสาบสูญไปสองวัน  โทรศัพท์มือถือก็ติดต่อไม่ได้ทั้งสามคน 
จนกระทั่ง  ได้รับข่าวร้ายจากเอ้ ซึ่งเป็นเพื่อนรักของปีเตอร์ได้โทรมาบอกว่ามีเจ้าหน้า
ที่ตำรวจโทรมาบอกเค้าว่า มีชาวบ้านหาปลาในบึงริมถนนข้างทางได้ทอดแหหาปลา
และได้พบเข้ากับซากรถ จมอยู่ใต้น้ำในบึง  ซึ่งบึงแห่งนั้นมีความลึกถึง 3 เมตร จึงได้
แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
พอเจ้าหน้าที่และหน่วยกู้ภัยไปถึง  ทำการกู้ซากรถยนต์กระบะขึ้นมาจากบึงแห่งนั้น
ก็พบว่ามีศพผู้ตายติดอยู่ในรถถึง 3 คน ชันสูตรตรวจสอบแล้วสันนิษฐานว่าตายมา
แล้วประมาณ 2 วัน ศพขึ้นอืดส่งกลิ่นเหม็นตลบอบอวล ตรวจที่เกิดเหตุแล้วสันนิษ
ฐานว่าเกิดการหลับใน พอตื่นมาตกใจ จึงแตะเบรครถจึงเสียหลักเพราะฝนตกหนัก
ถนนลื่น  เลยพุ่งชนราวสะพานข้ามบึง    รถได้เหินและเสียหลักตกลงไปในบึง  และ
ค่อยๆ  จมลง อย่างช้าๆ


คนในรถอาจสลบเหมือด  หรือออกมาไม่ได้เพราะระบบล็อคไฟฟ้า   หรือที่เราเรียก

กันว่าระบบเซ็นทรัลล็อค  สำหรับรถยนต์สมัยใหม่ จึงทำให้ทุกคนเสียชีวิตทั้งหมด
พี่ตรีเล่าว่าตอนไปรับศพ ก็เห็นเค้าทำพิธีเชิญดวงวิญญาณแล้วนี่ ทำไมยังอยู่ที่เดิม
อาจารย์ชากล่าวว่า “ เค้าอาจเชิญไม่ถูกวิธีก็เป็นได้ กำลังจึงไม่พอ”
หลังจากที่อาจารย์ชา ได้ฟังเรื่องเล่าจบลงแล้วได้กล่าวว่า “จะลองนั่งเช็คดูว่าพอจะ
มีวิธีแก้ไขและช่วยได้อย่างไรบ้าง”   แล้วค่อยให้คำตอบ (รอฟังข่าวดี ว่าจะมีวิธีช่วย
อย่างไร)
จนกระทั่ง  2 อาทิตย์ต่อมาได้รับข่าวดีจากอาจารย์ชา      เรื่องที่หนึ่ง   วิธีช่วยเหลือ
สัมภเวสีที่เป็นน้าสาวของผู้เขียน อาจารย์บอกว่าวิธีช่วยก็คือให้ หาญาติของน้ามา
สามฝ่าย ฝ่ายแรกคือญาติฝ่ายพ่อของน้า ฝ่ายที่สองคือญาติฝ่ายแม่ของน้าส่วนฝ่าย
ที่สามคือฝ่ายลูกของน้า ให้ได้ฝ่ายละอย่างน้อยสามคนเพื่อลงขันกันทำบุญสร้างพระ
พุทธรูปทองเหลืองหนาตัก  9 นิ้ว หนึ่งองค์และให้ทั้งสามฝ่ายนำพระพุทธรูปนั้นถวาย
ให้กับวัด วัดไหนก็ได้แล้วแต่สะดวก หลังจากนั้นก็กรวดน้ำอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้กับ
น้าสาวนั้น    บุญนี้ก็จะส่งผลและช่วยหนุนให้ไปเกิดได้ตามกำลังของกฏแห่งกรรมที่รอ
ให้ผลอยู่
ผู้เขียนจึงนำเรื่องนี้ไปบอกกับน้องสาวก็คือลูกสาวของน้านั่นเอง เมื่อน้องได้ทราบเรื่อง
แล้วก็ได้ไปบอกแก่ญาติๆ และได้ดำเนินการเรื่องดังกล่าวจนสำเร็จลุล่วงในเวลาต่อมา
หลังจากนั้น   ผู้เขียนจึงได้สอบถามอาจารย์ชาว่า เรื่องของน้าสาวผมนั้นได้ไปทำเรียบ
ร้อยแล้ว อาจารย์ช่วยตรวจเช็คให้หน่อยครับว่าผลเป็นอย่างไรบ้าง
“ไปอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์หรือชั้นที่ 2 แล้ว สบายใจได้”      อาจารย์ชากล่าว
ต่อมา ได้รับข่าวดีเรื่องที่สอง  วิธีช่วยสัมภเวสีปีเตอร์และผู้รับเหมาสองคนก็คือ
ให้พาอาจารย์ไป ณ บึงน้ำสถานที่   ที่คนทั้งสามเสียชีวิตนั้น  ให้ซื้อแป้งข้าวเหนียวไป
ด้วยหนึ่งถุง เมื่อถึงเวลานั้นอาจารย์จะบอกว่าต้องทำยังไง?



โปรดติดตามอ่านกันต่อไปใน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น