ประสบการณ์ลี้ลับ ตอนที่7 เหล็กไหลสายฟ้า

หลังจากตอนที่แล้ว…เหล็กไหลสายฟ้า ได้ล่องหนหายไปอย่างไร้วี่แวว และ
พี่อ็อดได้ธาตุกายสิทธิ์สีม่วงส่วนพี่ตุ๊กได้พระธาตุจำนวน 2 องค์ นั้น




ต่อมาวันที่ 9 กันยายน 2554 พี่ตรีได้มารับท่านอาจารย์ชา มุกและผู้เขียน
ไปที่บ้าน เพื่อทำน้ำมนต์เพิ่มอีก พี่ตรีบอกว่าเผื่อขาดเหลือจะได้มีน้ำมนต์เก็บ
สต็อกไว้ ใครมาใครไปเดือดร้อนจะได้มาเอาไปใช้ได้


หลังจาก ที่พี่ตรีได้นำโอ่งดินที่ทำน้ำมนต์เมื่อคราวก่อนมาไว้ที่ห้องพระ และได้
นำน้ำมนต์ที่ทำพิธี เมื่อครั้งที่วัดถ้ำพญาช้างเผือก ที่พี่ตรีแบ่งมาเป็นหัวเชื้อใน
การทำพิธีครั้งนี้

เมื่อเดินทางถึงบ้านพี่ตรีแล้ว ขณะนั้นพี่นอมไม่อยู่ที่บ้านไปทำธุระข้างนอก ยังไม่
กลับมา เมื่อพวกเรา…ได้ขึ้นไปบนห้องพระ พี่ตรีก็ได้หยิบเพชรพญานาคที่มีเก้า
เม็ดเก้าสี มีสีน้ำเงิน ,ฟ้า,เขียว,แดง , ม่วง, ขาว ,ส้ม , ชมพูและสีชา


และสร้อยข้อมือที่ทำจากเงินและฝังเพชรพญานาคอีกแปดเม็ด ที่พี่นอมได้สั่งซื้อมา
จากทางจังหวัดหนองคาย ให้ท่านอาจารย์ชาชมและดูว่าเป็นของแท้ที่มีจิตวิญญาณ
ถือครองอยู่หรือไม่?

เมื่อท่านอาจารย์ชาดูแล้ว บอกว่าเป็นหินแท้หรือคริสตรัล ที่ทำและเจียรนัยขึ้นมา
จากฝีมือของมนุษย์ และไม่มีจิตวิญญาณถือครอง แต่สามารถนำมาเสกเป็นวัตถุ
มงคลได้ พี่ตรีจึงได้ให้ท่านอาจารย์ชาเสกให้…………………….

ท่านอาจารย์ชา จึงกล่าวขึ้นว่าเสกด้วยกำลังของรูปฌานหรืออรูปฌานดี แต่อรูป
ฌานไม่ได้เข้ามาสี่ปีแล้ว ผู้เขียนจึงได้เสนอว่า ให้เสกด้วยกำลังของอรูปฌานดี
กว่า ท่านอาจารย์ชา จึงแยกเสกเฉพาะเพชรพญานาค เก้าเม็ดเก้าสีก่อน ส่วน
สร้อยข้อมือจะเสกให้ต่อหน้าเจ้าของคือตอนที่พี่นอมกลับมาแล้ว

ต่อมา…ได้มีพี่เทพ ซึ่งเป็นเพื่อนของพี่ตรีได้นัดกับท่านอาจารย์ชา ไว้ว่าจะนำ
ล่อแก กระจกเว้า กระจกนูนและสิงห์คาบดาบ มาให้ท่านอาจารย์ชาเจิมและเสก
ให้ เพื่อจะนำไปติดที่บ้านต่างจังหวัดแถวจังหวัดอยุธยา เพื่อแก้เรื่อง ฮวงจุ้ย

พี่ตรีจึงโทรบอกพี่เทพ ให้ตามมาที่บ้านของพี่ตรีเลยเพราะท่านอาจารย์ชาอยู่
ที่นี่ เมื่อพี่เทพมาถึงที่บ้านพี่ตรีแล้ว ก็ได้ขึ้นไปสมทบบนห้องพระ และได้มาทัน
ตอนที่ท่านอาจารย์ชากำลังจะเสกเพชรพญานาคพอดี

หลังจากที่ท่านอาจารย์ชาเสกเสร็จแล้ว ได้ส่งคืนให้กับพี่ตรีและบอกว่าได้เสก
ด้วยกำลังของรูปฌาน ได้เสกไว้ ในเรื่องเมตตามหานิยม โชคลาภและป้องกันภัย
พิบัติต่างๆ และได้ทำการเจิมและเสกล่อแก กระจกเว้า กระจกนูนสิงห์คาบดาบให้
กับพี่เทพ พร้อมทั้งอันเชิญพระธาตุเสด็จมา อยู่บนฝ่ามือให้กับพี่เทพ หนึ่งองค์
หลังจากที่ พี่ตรีเอ่ยปากขอ ให้กับพี่เทพด้วยวิธีที่เคยทำมาแล้วในตอนก่อนๆ

ต่อมา สักพักหนึ่ง พี่นอมได้กลับมาและขึ้นมาบนห้องพระ ท่านอาจารย์ชาจึงได้เสก
สร้อยข้อมือทำจากเงินและฝังเพชรพญานาคอีกแปดเม็ดนั้นให้กับพี่นอมด้วยกำลัง
ของอรูปฌาน

สักครู่ต่อมา เมื่อท่านอาจารย์ชาเสกเสร็จ จึงได้กล่าวว่าเข้าอรูปฌานไม่ได้เพราะไม่
รู้มีอะไรมากระทบ ซึ่งมีพลังอำนาจมากอยู่ภายในบริเวณห้องพระนี่แหละ ท่านจึงไม่
เข้าอรูปฌาน เลยใช้แต่รูปฌานเสกเท่านั้น

พวกเรา…จึงได้แต่มองหาไปมาภายในบริเวณห้องพระ ว่ามีสิ่งหนึ่งสิ่งใดแปลกปลอม
และมาเพิ่มหรือไม่ แต่หาไปจนทั่วแล้วก็ไม่มี

ต่อมาท่านอาจารย์ชา จึงถามหาเทียนขี้ผึ้งแท้สิบเล่มที่นำกลับมาจากที่วัดเมื่อครั้งทำ
น้ำมนต์คราวก่อน เมื่อได้แล้วท่านจึงนำมารวมกันเข้าทั้งสิบเล่ม และได้จุดเทียนเพื่อ
ทำน้ำมนต์พร้อมทั้งเจิมและเขียนยันต์ที่โอ่งน้ำมนต์ลูกนั้น หลังจากนั้นท่านอาจารย์
ชาได้ใช้ฝ่ามือแตะจับที่ขอบโอ่งทั้งสองข้าง พร้อมทั้งบริกรรมและเสกน้ำมนต์ไป

จนกระทั่งน้ำมนต์ในโอ่งนั้นหมุนวนไปมา ท่านอาจารย์ชา เห็นว่าเดี๋ยวโอ่งจะแตกจึง
ได้หยุดพิธีกรรมลงและได้กล่าวว่าแค่นี้ก็ขลังพอแล้ว เกินไปกว่านี้กลัวว่าโอ่งจะระเบิด
และแตกออกเป็นแน่!

เมื่อเสร็จพิธีเสกน้ำมนต์ เรียบร้อยแล้ว พี่ตรีได้บอกให้ผู้เขียนตักน้ำมนต์หนึ่งขวด
แบ่งให้กับพี่เทพ ในขณะนั้นเอง ที่ผู้เขียนกำลังก้มลงใช้แก้วเพื่อจะตักน้ำมนต์ใส่
ขวดให้กับพี่เทพนั้น



เหล็กไหลสายฟ้า



ปรากฏว่า ผู้เขียนได้เห็นเจ้าเหล็กไหลสายฟ้า อยู่ภายในโอ่งน้ำมนต์………………
ผู้เขียนจึงได้ร้องบอกให้ท่านอาจารย์ชาและทุกคนได้ทราบ จึงขออนุญาตล้วงหยิบ
เจ้าเหล็กไหลสายฟ้าขึ้นมา และมอบให้กับท่านอาจารย์ชา……………….

ท่านอาจารย์ชา กล่าวว่า เป็นเพราะแสงรัศมีและพลังของเจ้าเหล็กไหลสายฟ้านี่เอง
ที่มากระทบเรา และคงอยากจะโชว์เดี่ยวในการทำน้ำมนต์ครั้งนี้


ท่านอาจารย์ชาจึงได้มอบให้กับพี่ตรีซึ่งเป็นเจ้าของบ้านและบอกว่าคงอยากจะอยู่
กับพี่ตรีเป็นแน่!


พี่ตรีจึงได้เล่าให้ทุกคนฟังว่า ในระหว่างที่ขับรถและเดินทางจากอำเภอทุ่งสงไป
กรุงเทพฯนั้น พี่ตรีได้ขอยืมจากพี่สมมาชมบารมี และกำไว้ในมือจึงเกิดอาการ
ตุ๊บ ตุ๊บ ในมือ เหมือนสัมผัสพลังได้ หลังจากที่เคยจับและชมของคนอื่นๆ มาบ้าง
แล้วไม่เป็นแบบนี้ เลยชอบและได้อธิษฐานจิตขอว่าถ้าแบ่งแยกตัวออกมาได้อีกขอ
ให้แบ่งแยกออกมาเพื่อจะได้ให้ลูกชายไว้ป้องกันตัวและคุ้มภัย และครั้งหนึ่งช่วงที่อยู่
ที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง ระหว่างที่นั่งรอทุกคนมาพร้อมกันตามนัดนั้น ได้ขอยืมจาก
พี่สม ซึ่งมาถึงก่อนแล้ว ได้กำไว้ในมือและนั่งทำสมาธิ หลังจากนั้นก็ได้ พูดเปรยๆว่า
อยากจะให้แบ่งแยกตัวออกมาอีก เพื่อจะได้ให้กับลูกชาย ซึ่งผู้เขียนก็ได้ยิน


พี่ตรีเมื่อลำดับเหตุการณ์ดู จึงคิดว่า เหตุผลที่เหล็กไหลสายฟ้ามาอยู่ด้วยเป็นเพราะ
ด้วยแรงอธิษฐานเป็นแน่!


ต่อมา    พี่ตรีสงสัยเรื่องเจ้าเหล็กไหลสายฟ้าว่ามีประวัติความเป็นมาอย่างไร  ถึงอยาก
มาอยู่กับพี่ตรี   ให้อาจารย์ชาช่วยเช็คดูให้หน่อย

วันรุ่งขึ้น ท่านอาจารย์ชา กล่าวว่าได้ลองนั่งฌานเช็คดูเรื่องราวของเจ้าเหล็กไหลสายฟ้าแล้ว
ปรากฏว่า จริงๆ แล้วมันไม่ได้เป็นเหล็กไหล แต่เป็นสิ่งมีชีวิตนอกโลก มีดวงจิตคล้ายๆกับรูป
พรหมของบ้านเรา ที่อยู่ของเค้าเป็นลักษณะคล้ายๆกับทางช้างเผือกในกาแล็คซี่ที่มีรัศมีสวย
สดงดงามมาก ได้เข้ามาในโลกมนุษย์เพราะถูกแรงดึงดูดเมื่อครั้งที่อุกกาบาตพุ่งชนโลกเมื่อหลาย
ปีก่อนโน้น และได้แตกแยกออกเป็น 400 กว่าชิ้น กระจัดกระจายทั่วโลก

โดยในระยะแรกไม่สามารถเคลื่อนไหวไปไหนมาไหนเองได้ ต่อมาเมื่อมีเหตุปัจจัยที่เหมาะเจาะ
ก็คือเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง  เกิดฟ้าผ่าขึ้น ขั้วบวกและขั้วลบเกิดการ sparkกันขึ้น ทำให้เค้าเกิด
เคลื่อนที่เองได้ โดยพลังของเค้าส่วนใหญ่จะเป็นพลังงานความร้อนและพลังจักรวาล

ที่เค้าอยากมาอยู่กับพี่ตรีเพราะว่าพี่ตรีเป็นคนจับและสัมผัสเค้าเป็นคนแรก พี่ตรีลองระลึก
นึกย้อนดูตอนที่อาจารย์ชาโคลนนิ่งออกมาและได้โชว์ที่หน้าประตูบ้านของคุณสุนัยนั้น
พี่ตรีเป็นคนขอดูจากอาจารย์ชาและได้สัมผัสเป็นคนแรกจริงๆ และเจ้าสายฟ้าได้เล็งดูในกลุ่ม
พวกเราทั้งหมดแล้วว่าครอบครัวไหนที่มีกรรมเสมอเหมือนกันมากที่สุด จึงสรุปลงที่ครอบครัวของ
พี่ตรี    ไม่ว่าจะเป็นพี่ตรี  พี่นอม หรือลูกสาว  และลูกชาย เค้าจะอยู่กับใครก็ได้

 แต่ถ้าวันหนึ่งวันใด  พี่ตรีนำเจ้าสายฟ้าให้คนอื่นไปนอกจากครอบครัวนี้
เค้าก็จะอยู่ให้สักพักหนึ่ง แล้วเค้าก็จะจากไป


โปรดติดตามอ่านกันต่อไปใน

ประสบการณ์ลี้ลับ ตอนที่8 ปาฏิหารย์ธาตุกายสิทธิ์ออกลูกและเพิ่มขนาดใหญ่ขึ้น                                    

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น